>> วิสัยทัศน์ของมูลนิธิดวงประทีปคือ "องค์กรชั้นนำเพื่อเด็กและผู้ยากไร้" พันธกิจของมูลนิธิฯ คือ 1. ผลักดันให้เด็กและผู้ยากไร้ได้รับสิทธิและโอกาสเท่าเทียม กับคนในสังคมทั่วไป 2. สร้างแบบอย่างงานพัฒนาเด็กและผู้ยากไร้ 3. ฟื้นฟูและพัฒนาเด็ก-เยาวชนที่ยากไร้และมีปัญหา 4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็งและปลอดภัย 5.ส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเสพติด ในชุมชน   
  • "เศรษฐกิจย่ำแย่ โควิค มาซ้ำ แล้วคนจนจะอยู่อย่างไร"
 

"เศรษฐกิจย่ำแย่  โควิค มาซ้ำ  แล้วคนจนจะอยู่อย่างไร"

  

ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำคนไร้งานตอกย้ำด้วยโรคระบาดอย่างโควิค-19 ซ้ำเติมให้คนยากจนยิ่งลำเค็ญเกินกว่าจะเยียวยาด้วยเงินห้าพันบาทต่อเดือน ที่รัฐบาลมอบให้เป็นเวลา 3  เดือน แต่นั้นก็ไม่ได้ประกันว่าจะช่วยให้คนจนได้รับการเยี่ยวยา เพราะการเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเป็นอุปสรรคในการลงทะเบียนของคนยากไร้

          ถึงแม้ว่าคนในชุมชนแออัดส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงคนเหล่านี้จะเกียจคร้าน เห็นแก่ได้ตามสายตาของใครบางคนที่มองคนจนเป็นเยี่ยงนั้น  พวกเขาต้องการงานทำเพื่อแลกรายได้ที่จะนำมาหล่อเลี้ยงครอบครัวให้มีกินมีอยู่ตามอัตภาพของตนเอง
           นายพรชัย มหาทา  อายุ 37 ปี อาชีพขนย้ายเครื่องจักรหนัก  ส่วนภรรยามีอาชีพรับจ้างทั่วไป    มีบุตรชาย-หญิงวัยกำลังซน  4  คน ครอบครัวมหาทาอาศัยในชุมชน 70 ไร่ พรชัยเล่าว่า “ช่วงที่เศรษฐกิจดี มีงานทำก็พอมีรายได้จุลเจือครอบครัว มีกิน มีออม แต่ตอนนี้งานไม่มีเลย รายได้ก็หายไป แถบต้องมาคอยระแวงระวังโรคระบาดโควิค-19 กันอีก   ผมกลัวว่าถ้ามีคนในชุมชนเราติดโควิคมันคงเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก  ผมซื้อหน้ากากอนามัยให้ลูกทั้ง 4 คน ใช้แล้วถอดซักทุกวัน เวลาออกนอกบ้านก็บอกให้ลูกๆ ใส่หน้ากากอนามัยที่ซื้อตามตลาดก็ไม่รู้ว่าจะป้องกันได้หรือไม่ ช่วงไม่มีงานตอนนี้ก็อาศัยรายได้จากภรรยาบ้าง เงินที่เก็บออมก็ใกล้จะหมด ค่าใช้จ่ายในบ้านวันละ  600 -700 บาทสำหรับสมาชิก 6 คนในครอบครัวผมยอมรับว่ามันหนักแต่ก็ต้องสู้ ผมไม่กลัวงานหรอกมาเถอะงานน่ะ    แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปผมและครอบครัวจะเป็นอย่างไร  ถ้าถามว่าผมวางแผนอย่างไรกับอนาคตของครอบครัว  ผมคิดเสมอว่าอาชีพผมเสี่ยงทุกวินาที รายได้มีผมก็เจียดไปทำประกันชีวิตแต่ก็ไม่มากนัก ตอนนี้ไม่มีรายได้เลยผมจะทำอย่างไรก็ยังคิดไม่ออก  ผมอยากมีงานทำ มีงานก็มีรายได้ ลูกๆ ก็ไม่อด  ผมก็ไม่เครียด  ผมไม่กลัวงานหรอกครับมาเลย  สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังผู้อุปการะทุนการศึกษาที่ท่านมอบทุนการศึกษาให้ลูกของผมก็คือ ผมอยากขอบคุณ และสัญญาว่าจะเอาใจใส่ดูแลเรื่องการเรียนของลูกๆ ให้ดีสมกับที่ท่านมอบทุนการศึกษาให้ครับ......  เศรษฐกิจอย่างนี้ถ้าไม่มีทุนการศึกษาลูกๆ ผมก็คงไม่เรียนหนังสือแน่ๆ ครับ”

 

  

 

 เช่นเดียวกับครอบครัวของลุงณรงค์ ภู่พวง  อายุ 78 ปี อาศัยอยุ่ในชุมชนล๊อค 1-2-3 เป็นบ้านเช่า ที่ลูก 1 ใน 5 คนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้   ปู่ทวดของเหลนๆในวัย 4,7,10,12 ปี ซึ่งเป็นวัยกำลังกินกำลังนอนด้วยกันทุกคน   พ่อแม่ของเด็กๆ นำมาทิ้งไว้ให้เลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน ด้วยความเวทนาเหลนๆ แกจึงรับเลี้ยงดูด้วยเบี้ยผู้สูงอายุ 700 บาทต่อเดือน และรายได้จากการเดินเก็บขยะที่สะสมไว้ในแต่ละวัน และนำไปขายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะได้ประมาณ 300-500 บาท/สัปดาห์ นอกจากเหลนๆ ที่ปู่ทวดคนนี้ต้องเลี้ยงดูแล้ว แกก็ยังต้องดูแลภรรยาที่ป่วยติดเตียงอีก 1 คน ชายวัยไม้ใกล้ฝังที่ต้องดูแลเหลน 4 คน คนป่วยอีกหนึ่งคน ลุงพยายามใช้ รายได้อันน้อยนิดวันละ 200 บาท  เพื่อให้ทุกคนได้กิน แม้ว่าลุงจะไม่เคยกินอิ่มท้องเลยก็ตาม ลุงกล่าวว่า  “ อาหารที่มีจะเก็บไว้ให้เด็กๆ ได้กินก่อน กลัวพวกเขาจะอด จะไม่ได้กิน ผมไม่อิ่มไม่เป็นไร”  ฟังคำของลุงแล้วมันจุกอยู่ที่อก ถามต่อว่าเวลาที่ไม่มีลุงทำอย่างไร ลุงบอกว่าจะให้ลูกๆ ช่วยส่งเงินให้หน่อย พวกเขาจะให้บ้างเล็กๆ น้อย ๆ พอจะซื้อหาอาหารให้เด็กๆ และป้าได้กินกัน  ถามต่อว่าลุงเป็นห่วงอะไรมากที่สุดตอนนี้  คำตอบของลุงคือ ห่วงเหลนคนเล็กอายุ 4 ขวบมากที่สุด เพราะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในบ้าน ถ้าผมไม่อยู่แล้ว  ใครจะดูแล คนที่ผมนึกถึงคือ มูลนิธิฯอยากจะฝากมูลนิธิดวงประทีปที่พึ่งของผมช่วยดูแลเหลนผมต่อไป

 ในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้แน่นอนย่อมส่งผลให้คนยากจนดำรงชีวิตด้วยความยากลำบากขึ้นไปอีก  และแขกที่ไม่เชื้อเชิญอย่างโควิค-19 ก็มาซ้ำเติมหลอกหลอนให้หวาดระแวงว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่ ชาวชุมชนแออัดเตรียมพร้อมรับมือแต่เงินที่อยู่ในกระเป๋ามันไม่สามารถเอื้อให้ต้องหาซื้อหน้ากากอนามัยราคาแพง แถมหาซื้อยากมาใช้ป้องกันตัวเองและครอบครัวได้ มีเพียงหน้ากากอนามัยที่ขายตามท้องตลาดที่พวกเขาใช้แล้วใช้อีกจนสภาพไม่น่านำมาใช้ซ้ำก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการไม่มีหน้ากากอนามัยใช้พอๆกันก็คือการไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ปะทังชีวิต สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วในชุมชนแอออัดและกำลังจะทวีความรุนแรง สิ่งเหล่านี้มูลนิธิดวงประทีปพยายามแก้ไขปัญหาแต่นี่เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องเข้ามาช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” ให้พวกเขาได้เข้าถึงสิทธิอันพึงได้นี้อย่างทั่วถึง


  

 



วันที่ : 18/09/2555

อ่าน 170 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 อบรมการเชิดและผลิตหุ่นเพื่อการ ศึกษา
 เด็ก เยาวชน ชาวชุมชนร่วมใจแห่เทียนพรรษา
 มอบเงินบริจาคของผู้ใหญ่ใจบุญทุกท่านแก่คุณลุงสถาพร
 คณะ life works ลงพื้นที่ปฏิบัติภาระกิจที่ชุมพ ร
 เปิดอาคาร ศูนย์อบรมป้องกันอัคคีภัย
 
มูลนิธิดวงประทีป เลขที่ 34 ล็อค 6 ถนนอาจณรงค์ คลองเตย กทม.10110   Line Id : dpf2521 , โทรศัพท์ 0-2671-4045-8 โทรสาร 0-2249-5254
e-mail : duangprateepf@gmail.com , dpf_found@hotmail.com http://www.dpf.or.th , http://www.facebook.com/dpffound